<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชีวิตเลือกได้:รับทำ SEO &#187; ฟุตบอล</title>
	<atom:link href="http://judasblog.com/category/football/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://judasblog.com</link>
	<description>Search Engine Optimization</description>
	<lastBuildDate>Wed, 17 Mar 2010 07:45:54 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ศึกแดงเดือดครั้งที่ 176</title>
		<link>http://judasblog.com/football/176/</link>
		<comments>http://judasblog.com/football/176/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Sep 2008 15:02:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Judas</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://judasblog.com/?p=25</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่รอมานานถึง 2 สัปดาห์ ก็ได้ดูสมใจซักที สำหรับศึกแดงเดือด ที่แอนฟิลด์คคราวนี้ ซึ่งคราวนี้มีจุดสนใจตรงที่ เบอร์บาตอฟ เจอคคู่หูเก่า คีน นั่นเอง ซึ่งเปิดฉากมาได้น่าประทับใจ ที่เบอร์บาตอฟสามารถจ่ายให้เตเบสขึ้นนำได้ตั้งแต่นาทีที่ 3  แต่หลังจากนั้น หงส์แดงก็ครองเกมส์ได้เกือบตลอด แต่จุดเปลี่ยนของเกมส์ผมมองว่า การที่่ คาริค เจ็บ(อีกครั้ง) แล้วป๋าดันส่งกิ๊กส์ลงมา แทนที่จะเป็นฮากริฟมาแทน ทำให้กลางแมนยูเป็นรองตั้งแต่นั้นมา แต่ยังไงก็เหอะ ถือว่าแมนยูแพ้อย่างไร้ข้อกังขาทีเดียว ก็ต้องแสดงความยินดีกับแฟนหงส์แดง ที่สามารถล่้างอาถรรพ์ในรอบ 5 ปีได้ 555 ไว้รอเจอกันรอบหน้าที่ OT ล่ะกัน ส่วนแมนยูต้องขอกลับไปพักฝื้น เพื่อนเจอกับศึกหนัก(กว่า) กับเชลซีในอาทิตย์หน้า เพื่อนๆอย่าลืมส่งใจเชียร์ผีแดงล่ะกันนะครับ
ปล.เห็นพี่เบอร์บาตอฟเล่นนัดแรก แล้วถือว่าแหล่มทีเดียว ถึงจะทำอะไรได้ไม่ถนัดก็เถอะ แต่รอให้เข้าฟอร์ม แล้วโรนัลโด้กลับมาก่อนเหอะ หุหุ &#8230;
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p>หลังจากที่รอมานานถึง 2 สัปดาห์ ก็ได้ดูสมใจซักที สำหรับศึกแดงเดือด ที่แอนฟิลด์คคราวนี้ ซึ่งคราวนี้มีจุดสนใจตรงที่ เบอร์บาตอฟ เจอคคู่หูเก่า คีน นั่นเอง ซึ่งเปิดฉากมาได้น่าประทับใจ ที่เบอร์บาตอฟสามารถจ่ายให้เตเบสขึ้นนำได้ตั้งแต่นาทีที่ 3  แต่หลังจากนั้น หงส์แดงก็ครองเกมส์ได้เกือบตลอด แต่จุดเปลี่ยนของเกมส์ผมมองว่า การที่่ คาริค เจ็บ(อีกครั้ง) แล้วป๋าดันส่งกิ๊กส์ลงมา แทนที่จะเป็นฮากริฟมาแทน ทำให้กลางแมนยูเป็นรองตั้งแต่นั้นมา แต่ยังไงก็เหอะ ถือว่าแมนยูแพ้อย่างไร้ข้อกังขาทีเดียว ก็ต้องแสดงความยินดีกับแฟนหงส์แดง ที่สามารถล่้างอาถรรพ์ในรอบ 5 ปีได้ 555 ไว้รอเจอกันรอบหน้าที่ OT ล่ะกัน ส่วนแมนยูต้องขอกลับไปพักฝื้น เพื่อนเจอกับศึกหนัก(กว่า) กับเชลซีในอาทิตย์หน้า เพื่อนๆอย่าลืมส่งใจเชียร์ผีแดงล่ะกันนะครับ</p>
<p>ปล.เห็นพี่เบอร์บาตอฟเล่นนัดแรก แล้วถือว่าแหล่มทีเดียว ถึงจะทำอะไรได้ไม่ถนัดก็เถอะ แต่รอให้เข้าฟอร์ม แล้วโรนัลโด้กลับมาก่อนเหอะ หุหุ &#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://judasblog.com/football/176/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เกร็ดน่ารู้ของเบอร์บาตอฟ</title>
		<link>http://judasblog.com/football/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9f/</link>
		<comments>http://judasblog.com/football/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9f/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Sep 2008 08:09:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Judas</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[Berbatov]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์บาตอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เบิร์บ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://judasblog.com/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[ชีวิตเบอร์บาตอฟ
ชื่อจริง ดิมิทาร์ อิวานอฟ เบอร์บาตอฟ (Dimitar Ivanov Berbatov)
เกิดวันที่ 30 มกราคม 1981
•  ทุกวันนี้เขาส่งเงินกลับบ้านไปให้แม่ซึ่งเป็นพยาบาล และมีรายได้เฉลี่ยเพียงเดือนล่ะ 82 ปอนด์ หรือ 5 พันกว่าบาท
• เขาชอบแต่งตัวเนี้ยบ ซิ่งรถสปอร์ต และเล่นโป๊กเกอร์ โดยมีแรงบัลดาลใจจากเจมส์ บอนด์ ในหนังเรื่องคาสิโน รอยัล
• เบอร์บาตอฟ ยังรักแฟนบอลอังกฤษที่ให้เกียรติเขามากกว่าที่บัลแกเรีย ไม่ว่าจะเป็นการขอถ่ายรูปหรือ ลายเซ็นแล้วก็จากไปแบบเงียบๆ ขณะที่ในบ้านเกิดแฟนบอลชอบรุมทึ้ง หรือสอนให้เขาเล่นอย่างนั้นอย่างนี้ยามลงแข่งขัน
•  นอกสนามหัวหอกตัวใหม่ของแมนยู รู้ดีว่าค่าเงินอยู่ตรงไหน จากการเติบโตแบบแร้นแค้นในบ้านเกิด โดยของแพงที่สุดที่เคยควักกระเป๋าซื้อคือรถ Benz เพราะเขาเตือนตัวเองเสมอว่า อดีตพ่อแม่เคยลำบากมาก่อน แต่ก็กัดฟันเลี้ยงดูทุกคนในครอบครัวอย่างสุดกำลัง
•  วันนี้ของบ้านเบอร์บาตอฟ อาจไม่เหมือนอดีตอีกต่อไป เมื่อ เบิร์บ รับค่าเหนื่อยสุดแพงจากการเป็นนักเตะอาชีพ แต่แม่ของเขายังทำงานในโรงพยาบาล แลกกับเงินเพียงน้อยนิดต่อไปด้วยความรักขณะที่พ่อก็หันมาช่วยเขาทำธุรกิจแทน
•  ชีวิตประจำวันของเขาคือการอยู่บ้าน ดูหนัง ไม่ก็เล่นเนท อ่านข่าวสารบ้านเมืองที่บัลแกเรีย สิ่งที่ชื่นชอบอีกอย่างคือการแต่งตัวเนี้ยบ แม้กระทั่งไปซ้อมบอล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p><strong>ชีวิตเบอร์บาตอฟ</strong><br />
ชื่อจริง ดิมิทาร์ อิวานอฟ <strong>เบอร์บาตอฟ</strong> (<strong>Dimitar Ivanov Berbatov</strong>)<br />
เกิดวันที่ 30 มกราคม 1981<br />
•  ทุกวันนี้เขาส่งเงินกลับบ้านไปให้แม่ซึ่งเป็นพยาบาล และมีรายได้เฉลี่ยเพียงเดือนล่ะ 82 ปอนด์ หรือ 5 พันกว่าบาท<br />
• เขาชอบแต่งตัวเนี้ยบ ซิ่งรถสปอร์ต และเล่นโป๊กเกอร์ โดยมีแรงบัลดาลใจจากเจมส์ บอนด์ ในหนังเรื่องคาสิโน รอยัล<br />
• เบอร์บาตอฟ ยังรักแฟนบอลอังกฤษที่ให้เกียรติเขามากกว่าที่บัลแกเรีย ไม่ว่าจะเป็นการขอถ่ายรูปหรือ ลายเซ็นแล้วก็จากไปแบบเงียบๆ ขณะที่ในบ้านเกิดแฟนบอลชอบรุมทึ้ง หรือสอนให้เขาเล่นอย่างนั้นอย่างนี้ยามลงแข่งขัน<br />
•  นอกสนามหัวหอกตัวใหม่ของแมนยู รู้ดีว่าค่าเงินอยู่ตรงไหน จากการเติบโตแบบแร้นแค้นในบ้านเกิด โดยของแพงที่สุดที่เคยควักกระเป๋าซื้อคือรถ Benz เพราะเขาเตือนตัวเองเสมอว่า อดีตพ่อแม่เคยลำบากมาก่อน แต่ก็กัดฟันเลี้ยงดูทุกคนในครอบครัวอย่างสุดกำลัง<br />
•  วันนี้ของบ้านเบอร์บาตอฟ อาจไม่เหมือนอดีตอีกต่อไป เมื่อ เบิร์บ รับค่าเหนื่อยสุดแพงจากการเป็นนักเตะอาชีพ แต่แม่ของเขายังทำงานในโรงพยาบาล แลกกับเงินเพียงน้อยนิดต่อไปด้วยความรักขณะที่พ่อก็หันมาช่วยเขาทำธุรกิจแทน<br />
•  ชีวิตประจำวันของเขาคือการอยู่บ้าน ดูหนัง ไม่ก็เล่นเนท อ่านข่าวสารบ้านเมืองที่บัลแกเรีย สิ่งที่ชื่นชอบอีกอย่างคือการแต่งตัวเนี้ยบ แม้กระทั่งไปซ้อมบอล ถึงขนาดโดนเพื่อนที่สเปอร์สอำขนาดหนักหลายหน<br />
•  ช่วงพักผ่อนของเขายามกลับบ้านเกิดที่ โซเฟีย คือการรวมตัวกับเพื่อนเก่าในห้องนั่งเล่นที่มีทั้ง Playstation, ปาเป้า และบอลโต๊ะโกล เช่นเดียวกับโป๊กเกอร์ หรือดื่มสังสรรค์กับเพื่อนแบบพอสังเขปตามประสาชายโสด</p>
<p>คัดมาจาก คอลัมป์ชู้ตเอ๊าต์ ใน StarSoccer ฉบับวันพุธที่ 10 กย</p>
<p>Interesting Facts<br />
• <strong>Berbatov </strong>has 10 goals in 27 games in the Champions League<br />
• Scored 2 goals in 2 minutes in his first match as a Tottenham player against Birmingham in a pre-season friendly match.<br />
• Scored within 7 minutes of his home Premiership debut against Sheffield United on 22nd August 2006.<br />
• Also scored on his home and away European debuts for Spurs against Besiktas in Istanbul and Club Brugge at White Hart Lane.<br />
• Has, so far, scored in every European game he has played for Spurs with 5 goals in 4 UEFA Cup appearances.<br />
• Learnt the English language by watching the Godfather films.<br />
• Lists his hobbies as drawing and basketball.<br />
• Has won many &#8220;Bulgarian Player of the Year&#8221; and &#8220;Journalists&#8217; Bulgarian Player of the Year&#8221; as well as &#8220;Fans&#8217; Bulgarian Player of the Year&#8221; awards.<br />
• Is a fans&#8217; favourite and also one of the &#8220;10 Hottest Bulgarian Men of the Year&#8221;, an award given by the Bulgarian NOVA TV tabloid show Goreshto (&#8221;Hot&#8221;)</p>
<p>http://berbatov.net/en/index.php?page=bio</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://judasblog.com/football/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9f/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>EPL Live Schedule: Sat 13 &#8211; Mon 15 September 2008</title>
		<link>http://judasblog.com/football/epl-live-schedule-sat-13-mon-15-september-2008/</link>
		<comments>http://judasblog.com/football/epl-live-schedule-sat-13-mon-15-september-2008/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Sep 2008 20:31:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Judas</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[EPL]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://judasblog.com/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[EPL Live Schedule: Sat 13 &#8211; Mon 15 September 2008
Sat 13: Liverpool vs Man United  18:45(59)
Sat 13: Blackburn vs Arsenal         21:00(59)
Sat 13: Fulham vs Bolton        21:00(67)
Sat 13: Newcastle vs Hull City        21:00(61)
Sat [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p><strong>EPL Live Schedule: Sat 13 &#8211; Mon 15 September 2008</strong><br />
Sat 13: <strong>Liverpool vs Man United </strong> 18:45(59)<br />
Sat 13: Blackburn vs Arsenal         21:00(59)<br />
Sat 13: Fulham vs Bolton        21:00(67)<br />
Sat 13: Newcastle vs Hull City        21:00(61)<br />
Sat 13: Portmouth vs Middlesbrough    21:00(63)<br />
Sat 13: WBA vs West Ham        21:00(66)<br />
Sat 13: Wigan vs Sunderland        21:00(106)<br />
Sat 13: <strong>Man City vs Chealsea </strong> 21:00(61/63)<br />
Sun 14:  Stoke City vs Everton        21:00(59/63)<br />
Mon 15: Spurs vs Aston Villa        21:00(59/63)</p>
<p>เลือกดูกันได้ตามสะดวกเลยเนี่ย อาทิตย์นี้ไม่ไปไหน รอดู ศึกแดงเดือด ตอนหัวค่ำ ตามด้วย ศึกแบงค์ชนแบงค์ (แมนซิตี้ vs เชลซี) หุหุ</p>
<p>แปลเป็นไทยหน่อย ลองดู SEO ว่าจะมี คน search เข้ามาหรือป่าว</p>
<p>ตารางถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีค เสาร์ 13 กันยา ถึง จันทร์ 15 กันยายน 2551</p>
<p><strong>เสาร์ 13 กย เวลา 18:45(59) &#8211; ลิเวอร์พูล &#8211; แมนยู (<em>ศึกแดงเดือด</em>)</strong><br />
เสาร์ 13 กย เวลา 21:00(59) &#8211; แบล็คเบิร์น &#8211; อาร์เซน่อล<br />
เสาร์ 13 กย เวลา 21:00(67) &#8211; ฟูแล่ม &#8211; โบลตัน<br />
เสาร์ 13 กย เวลา 21:00(61) &#8211; นิวคาสเซิล &#8211; ฮัลล์<br />
เสาร์ 13 กย เวลา 21:00(63) &#8211; ปอร์ทมัธ &#8211; มิดเดิ้ลสโปรช์<br />
เสาร์ 13 กย เวลา 21:00(66) &#8211; เวสต์บรอม &#8211; เวสต์แฮม<br />
เสาร์ 13 กย เวลา 21:00(106) &#8211; วีแกน &#8211; ซันเดอร์แลนด์<br />
<strong>เสาร์ 13 กย เวลา 21:00(61/63) &#8211; แมนซิตี้ &#8211; เชลซี</strong><br />
เสาร์ 13 กย เวลา 21:00(59/63) &#8211; สโต๊ค &#8211; เอฟเวอร์ตัน<br />
<strong>เสาร์ 13 กย เวลา 21:00(59/63) &#8211; สเปอร์ &#8211; แอสตันวิลล่า</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://judasblog.com/football/epl-live-schedule-sat-13-mon-15-september-2008/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Berbatov Berbatov</title>
		<link>http://judasblog.com/football/berbatov-berbatov/</link>
		<comments>http://judasblog.com/football/berbatov-berbatov/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Sep 2008 07:15:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Judas</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[Berbatov]]></category>
		<category><![CDATA[United]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://judasblog.com/?p=22</guid>
		<description><![CDATA[เป็นการซื้อขายที่รอคอยมากที่สุดเลยสำหรับคนคนนี้ นั่งรอตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงเกือบตลาดปิด (เที่ยงคืนของอังกฤษ ประมาณ 6 โมงเช้าไทย) มัวแต่ตรวจร่างกาย นั่งคุยกันที่หน้า OT อยู่นั่นแหล่ะ แต่ไม่เห็นมีข่าวซื้อขายไรเลย จนในที่สุดเลยเวลาไปนิดนึง แมนยูก็ได้แถลงข่าวซักที่ว่า เซ็นมาแล้ว ที่ช้าเพราะคุยเรื่องกฏหมายอยู่ เพราะทำยังไง ไม่ให้สเปอร์ฟ้องกรณีนี้ หุหุ เรานี่เลวเหมือนกันเนอะ ส่วนรายละเอียดค่าตัวน่าจะ 30.75 ล้านปอนด์ เพราะดันมีมือที่ 3 คือ City เป็นเศรษฐีมือใหม่ยื่นซื้อ 30 ล้านปอนด์ ทำให้ United ต้องยอมจ่ายแพงเลย เวงจิงๆ




]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p>เป็นการซื้อขายที่รอคอยมากที่สุดเลยสำหรับคนคนนี้ นั่งรอตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงเกือบตลาดปิด (เที่ยงคืนของอังกฤษ ประมาณ 6 โมงเช้าไทย) มัวแต่ตรวจร่างกาย นั่งคุยกันที่หน้า OT อยู่นั่นแหล่ะ แต่ไม่เห็นมีข่าวซื้อขายไรเลย จนในที่สุดเลยเวลาไปนิดนึง แมนยูก็ได้แถลงข่าวซักที่ว่า เซ็นมาแล้ว ที่ช้าเพราะคุยเรื่องกฏหมายอยู่ เพราะทำยังไง ไม่ให้สเปอร์ฟ้องกรณีนี้ หุหุ เรานี่เลวเหมือนกันเนอะ ส่วนรายละเอียดค่าตัวน่าจะ 30.75 ล้านปอนด์ เพราะดันมีมือที่ 3 คือ City เป็นเศรษฐีมือใหม่ยื่นซื้อ 30 ล้านปอนด์ ทำให้ United ต้องยอมจ่ายแพงเลย เวงจิงๆ</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S6953669/S6953669-204.jpg" alt="" /></p>
<p><img class="aligncenter" src="http://www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S6953669/S6953669-207.jpg" alt="" /></p>
<p><img class="aligncenter" src="http://www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S6953669/S6953669-210.jpg" alt="" /></p>
<p><img class="aligncenter" src="http://www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S6953669/S6953669-214.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://judasblog.com/football/berbatov-berbatov/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ป๋าครับ สอย Berbatov มาหน่อยเถอะครับ</title>
		<link>http://judasblog.com/football/%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9f/</link>
		<comments>http://judasblog.com/football/%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9f/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Aug 2008 20:22:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Judas</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[Berbatov]]></category>
		<category><![CDATA[Man U]]></category>
		<category><![CDATA[Ronaldo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://judasblog.com/?p=14</guid>
		<description><![CDATA[ไปมาๆ EPL Season 08-09 ดูท่าจะหนักหนาสาหัส สำหรับแมนยูจริงๆ ทีมอื่นเค้ามีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควรล่ะ
ส่วนตัวเองยังไม่ได้ซื้อใครมาเพิ่มเลย แถมยังลูกผีลูกคน สำหรับ โรนัลโด้ อีก ส่วนตัวผมอยากให้ขายๆไปเลยได้เงินมา  60-70 ล้านปอนด์
แล้วไปสอย Berbatov มาหน่อยเถอะครับ 30 ล้านปอนด์เลยเอ้า ผมชอบมากจริงๆ พี่แกสเตปเทพมากๆ โหะๆ
กลายเป็นเล่นหน้า 3 ตัวไปเลย ตอฟหน้ากลาง ขนาบข้างด้วย รูนี่ย์ กับ เตเวซ โอ้ว น่าจะพอได้ลุ้นกับ ตอเรส กับ คีน ของหงส์อยู่นา
แล้วกลาง 3 ตัว ใช้ คาริค กับ ฮากริฟ ยืนรับคู่กันเลย ส่วนอีกตัว จะใช้ สโคลล์ หรือ น้องแอน ก็ว่ากันไป
แผงหลังชุดเดิมอยู่แล้ว ส่วนโกลว์ ก็ต้องน้ายีราฟ แต่เพียงผู้เีดียว เล่นต่อไปอีกสัก 2-3 ฤดูกาลเถอะนะ น้ายีราฟ
สุดท้ายลองดูคลิป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p>ไปมาๆ EPL Season 08-09 ดูท่าจะหนักหนาสาหัส สำหรับ<strong>แมนย</strong>ูจริงๆ ทีมอื่นเค้ามีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควรล่ะ</p>
<p>ส่วนตัวเองยังไม่ได้ซื้อใครมาเพิ่มเลย แถมยังลูกผีลูกคน สำหรับ โรนัลโด้ อีก ส่วนตัวผมอยากให้ขายๆไปเลยได้เงินมา  60-70 ล้านปอนด์</p>
<p>แล้วไปสอย <strong>Berbatov</strong> มาหน่อยเถอะครับ 30 ล้านปอนด์เลยเอ้า ผมชอบมากจริงๆ พี่แกสเตปเทพมากๆ โหะๆ</p>
<p>กลายเป็นเล่นหน้า 3 ตัวไปเลย ตอฟหน้ากลาง ขนาบข้างด้วย รูนี่ย์ กับ เตเวซ โอ้ว น่าจะพอได้ลุ้นกับ ตอเรส กับ คีน ของหงส์อยู่นา</p>
<p>แล้วกลาง 3 ตัว ใช้ คาริค กับ ฮากริฟ ยืนรับคู่กันเลย ส่วนอีกตัว จะใช้ สโคลล์ หรือ น้องแอน ก็ว่ากันไป</p>
<p>แผงหลังชุดเดิมอยู่แล้ว ส่วนโกลว์ ก็ต้องน้ายีราฟ แต่เพียงผู้เีดียว เล่นต่อไปอีกสัก 2-3 ฤดูกาลเถอะนะ น้ายีราฟ</p>
<p>สุดท้ายลองดูคลิป Berbatov Top 10 Goals กันเองล่ะกันฮะ ว่าพี่แกระดับไหน ซื้อมาคุ้มแน่ผมว่านะ</p>
<p><embed src="http://www.youtube.com/v/Rt63U66NOaY&#038;hl=en&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://judasblog.com/football/%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9f/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โทรฟีย์แชมป์ &#8220;ภาษาสากลโลก&#8221;</title>
		<link>http://judasblog.com/football/%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%9f%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://judasblog.com/football/%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%9f%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 May 2008 07:09:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Judas</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[Champ]]></category>
		<category><![CDATA[Man U]]></category>
		<category><![CDATA[Trophy]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://judasblog.com/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[เบน ฟรีคิก&#60;benfreekick@hotmail.com&#62;
http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=90523
ผมเคยพูดไว้ว่าเมื่อใดก็ตามที่คนเราปีนขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดเมื่อไหร่แล้วเกิดพลัดตกลงมาแน่นอนครับ
ความเจ็บปวดย่อมมากกว่าพวกที่เริ่มต้นปีนไปได้แค่ 2-3 เมตรแน่นอน
ในฐานะเดอะค็อปพอได้เห็นอารมณ์เซ็ง+อึ้งของทีมอื่นในรอบชิงชนะเลิศไม่ว่ารายการไหนก็ตาม
จะเกิดความรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกที่ความรู้สึกนั้นๆไม่ได้เกิดกับทีมของเรา
อย่างไรก็ตามนี่คือธรรมชาติของมนุษย์ครับรู้ว่าสูงมากเจ็บมากแต่ถ้าไม่ยอมปีนก็จะไม่มีวันรู้ว่าความรู้สึกยาม
อยู่บนจุดสูงสุดเป็นเช่นไรดังนั้นถ้าเลือกได้ใครๆก็ไม่อยากเป็นผู้แพ้ในรอบชิงชนะเลิศ
ยิ่งมาชวดแชมป์ในแบบเชลซีเป็นใครก็หัวใจสลายครับ&#8230;&#8230;.

เรื่องนี้พูดยากจริงๆครับเพราะผมเชื่อว่าจากรูปเกมเมื่อคืนวันพุธใครเป็นแชมป์ก็คู่ควรทั้งนั้นไม่ว่าจะยูไนเต็ดหรือเชลซี
แต่อย่างที่บอกเชลซีปวดช้ำเป็นสองเท่าเพราะนอกจากจะเป็นทริปเปิ้ลรองแชมป์แล้ว
พวกเค้าเฉียดใกล้โทรฟีย์&#8221;บิ๊กเอียร์ส&#8221;ชนิดที่ว่าอยู่ในมือของลูกทีมอาฟรัม แกรนต์ตั้งแต่จอห์น
เทอร์รี่เดินมาวางลูกบอลยิงเป็นคนสุดท้าย
ผมวาดฝันเอาไว้ในใจทันทีว่านี่คือการปิดฉากอันสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะเกิดขึ้นได้
ร้อยทั้งร้อยเหมือนถูกวางพล็อตเรื่องให้เจทีซึ่งข้อศอกเคลื่อนและไม่น่าจะลงสนามทันนัดนี้
เี้ป็นคนช่วยชีวิตเคลียร์ช็อตสุดเหลือเชื่อด้วยหัวจากหน้าปากประตูโล่งๆเป็นผู้ขโมยซีนพาเชลซี
เป็นแชมป์ยุโรปครั้งแรกในประวัติศาตร์
นี่คือการพลาดแชมป์(slip)ที่มาจากการลื่น(slip)ของกัปตันทีมกระดูกเหล็กผู้นี้อย่างแท้จริง
จริงๆแล้วยูไนเต็ดน่าจะทำให้เกมนี้จบลงอย่างรวดเร็วหากสามารถปิดสกอร์ได้ตั้งแต่ครึ่งแรก
ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น 45 นาทีที่แย่ที่สุดของเชลซีในคืนวันพุธ
เกมที่กินกันไม่จนแล้วจนรอดโอกาสแรกของลูกทีมเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันในนาที 26
กลายเป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ทันทีโดยทุกๆจังหวะเหมาะเหม็งอย่างลงตัวไม่ว่าการใช้
ไหวพริบของเวส บราว์นที่ตัดสินใจเล่นชิ่ง 1-2 กับสโคลส์ก่อนลงท้ายด้วยการครอสด้วยอีซ้าย
ซึ่งไม่น่าเชื่อว่านักเตะซึ่งเซื่องๆที่เล่นแต่เท้าขวาจะทำได้ดีถึงขนาดนี้
ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากการที่มิกาเอล เอสเซียงซึ่งต้องทำหน้าที่ตามประกบโรนัลโด้หลงตำแหน่ง
ปล่อยให้ลูกข้ามหัวจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นใดๆสำหรับนักเตะที่ตลอดทั้งฤดูกาลกดกระจายถึง 40 ลูก
อย่าโรนัลโด้จะเผด็จศึกอย่างง่ายดาย
นับตั้งแต่นั้นเกมตกเป็นของยูไนเต็ดแทบจะทั้งหมดซึ่งส่วนนึงเราต้องชมแท็คติกส์เฟอร์กี้ด้วย
ที่เอาโรนัลโด้ไปอยู่ฝั่งซ้ายเพื่อหนีแอชลีย์ โคลซึ่งมีความคล่องตัวในการประกบปีกมากกว่า
แล้วหันไปเน้นแบ็คขวาแทน(เราจึงเห็นการขึ้นเกมทางขวาของฮาร์กรีฟส์นับครั้งได้)
และแน่นอนครับเอสเซียงซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องลูกล่อลูกชนแบบ direct มีปัญหา
ในการจัดการกับความคล่อง+ทริคของ&#8221;โด้จิ๋ว&#8221;จนเชลซีต้องเสียตัวมาคอยช่วยดับเบิ้ล ทีมอยู่บ่อยครั้ง
ส่วนจังหวะที่สมควรเป็นประตูสุดๆ 2-0 ของยูไนเต็ดก็มาจากช็อตซูเปอร์เซฟของปีเตอร์ เช็ก
สองครั้งติดจากลูกโขก 6 หลาของคาร์ลอส เตเบซก่อนลุกมาเซฟลูกตั้งยิงจากปลายตีนไมเคิ่ล คาร์ริค
รวมไปถึงลูกส้มหล่นที่โคล้ด มาเกเลเล่สไลด์วืดหน้ากรอบ 6 หลายังดีที่เตเบซทิ่มไม่ทัน
แค่เหตุการณ์ที่ว่าเชลซีรอดตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนประตูตีเสมอที่ดวงผสมโชคก่อนหมดครึ่งแรก
ในนาทีสุดท้ายครึ่งแรกทำให้เมนโทลาทัมเอ้ยโมเมนตั้มเปลี่ยนมือทันที
ครึ่งหลังจึงกลายเป็น&#8221;เชลซีโชว์&#8221;ที่ขึงเกมปล่อยให้ผู้เล่นยูไนเต็ดวิ่งตามบอล
และรับหนักขึ้นจนโรนัลโด้,รูนีย์และเตเบซค่อยๆหายไปจากเกม
อาการเป๋ของยูไนเต็ดสวนทางกับฝั่งเชลซีที่เล่นได้น้ำได้เนื้อมากขึ้นเรื่อยๆและไม่รู้ไปทำบาป
มาอีท่าไหนที่เด็กน้า&#8221;คางคก&#8221;ถึงถูกเสา(ลูกปั่นของดร็อกบานาที 78)และ
คาน(ลูกซัดจ่อๆของแลมพาร์ดช่วงต่อเวลานาทีที่ 4)ปฏิเสธตำแหน่งผู้ชนะของพวกเค้าจะแจ้งหนักขนาดนี้
อย่างไรก็ตามเมื่อแฟน&#8221;สิงห์ไฮโซ&#8221;โทษดวงเสร็จแล้วก็อย่าลืมกลับมาโทษตัวเองด้วยนะครับ
เพราะโอกาส&#8221;ปลดล็อก&#8221;ในเกมนี้มีเยอะมหาศาลถึง 25 ครั้ง
และที่น่าตกใจคือบอลเข้าเป้าเพียงแค่ครั้งเดียว!!
อารมณ์รอบชิงแชมเปี้ยนส์ลีกของสองทีมดังจากอังกฤษซึ่งถ่อข้ามน้ำข้ามทะเลมาเตะถึงรัสเซีย
ให้ความรู้สึกเหมือนเรานั่งดูพรีเมียร์ลีกนัดที่ 39 ซึ่งเคยเป็นโปรเจคใหญ่จนฮือฮาแต่สิ่งที่ผมไม่ชอบเลย
และคิดว่าเป็นการพรีเซนท์รูปลักษณ์ของสินค้าที่แย่เอามากๆคือการขนเอานิสัยรุมกดดันผู้ตัดสิน
ของทั้งสองทีมและความเถื่อนในจังหวะต่างๆที่มีเฉพาะในเวทีพรีเมียร์ลีกมาใช้จนเกินงามในเกมที่มีคนดูทั่วโลกแบบนี้
การยกพวกฮึดฮัดใส่กันหลายครั้งจนเกมหยุดเป็นนาทีโดยเฉพาะเหตุการณ์ในช่วงต่อเวลา
ที่เป็นเหตุทำให้ดร็อกบาถูกไล่ออกซึ่งสิ่งพวกนี้หลายคนอาจมองว่าเป็นรสชาตของรอบชิงชนะเลิศ
แต่ถ้าให้เลือกได้อนาคตข้างหน้าอย่าให้ตัวแทนจากเมืองผู้ดีมาชิงดำกันเลยดีที่สุดครับ
ภาพแย่ๆแบบนี้เราเห็นกันชินตาเพราะปกติเกมพรีเมียร์ลีกถ่ายทอดสดไปทั่วโลกอยู่แล้ว
แต่ผัวเมียถึงแม้ทะเลาะกันในชายคาซึ่งอาจจะส่งเสียงดังจนเพื่อนบ้านได้ยินบ้าง
แต่ก็ยังไม่น่าเกลียดเท่าออกมาตบตีหน้าตลาดประจานให้ชาวบ้านเค้าดู
อนาคตของเชลซีในซัมเมอร์ดูแล้วเดาไม่ยากครับเพราะก่อนหน้านี้คาดกันว่าแม้ได้แชมป์ยุโรป
ก็ต้องมีการผ่าตัดทีมใหม่โดยเฉพาะตัวผู้จัดการทีมดังนั้นการจบซีซั่นโดยไร้โทรฟีย์ทำให้&#8221;อากู๋&#8221;โรมัน
อับราโมวิชไม่อาจถึงกับล้างบางในหลายๆตำแหน่ง เอาไว้มีโอกาสเราค่อยมาคุยถึงเรื่องนี้กัน
ผมขออนุญาติปิดสรุปให้ทุกคนจงจำไว้อย่างนึงในโลกของฟุตบอล(และกีฬาทุกชนิด)
จะไม่มีคำว่า The best team didn’t win หรือทีมที่ดีกว่าไม่ชนะเหมือนอย่างที่
แลมพ์พูดด้วยอารมณ์ผิดหวังทันทีที่จบเกม
เล่นดีแต่ไม่ได้แชมป์ก็คือ&#8221;คุณไม่ดีพอ&#8221;(ไม่ว่าจะแพ้ด้วยโชคหรือดวงก็ตาม)
มีใครสนใจหรือเปล่าครับว่าแชมป์เอฟเอ คัพปี 2001
คือลิเวอร์พูลเล่นสู้อาร์เซนอลไม่ได้และน่าจะโดนแพ้ถึง 4-5 ลูก
มีใครแยแสแค่ไหนว่าปี 2005 อังเดร เชฟเชนโก้ยิงหลาเดียวไม่เข้าจนเอซี
มิลานที่เล่นดีกว่าไม่ได้แชมป์ยุโรปหรือ&#8221;หงส์แดง&#8221;มากับดวง
รวมทั้งรายการเดียวกันในปี 1999 แมนฯยูไนเต็ดพลิกแซงบาเยิร์น
มิวนิคในช่วงทดเจ็บทั้งสองลูกก็ไม่เห็นมีใครพูดถึงลูกยิงล่อเป้าของทีมจากเมืองเบียร์จนปีเตอร์
ชไมเคิ่ลต้องเซฟช่วยชีวิตไปก่อนหน้านั้นนับไม่ถ้วน
โทรฟีย์แชมป์เป็นภาษาสากลโลกที่มีความหมายอย่างเดียวคือ&#8221;คุณคือผู้ชนะ&#8221;&#8230;
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p><span style="color: green;">เบน ฟรีคิก&lt;benfreekick@hotmail.com&gt;</span></p>
<p><a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=90523">http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=90523</a></p>
<p>ผมเคยพูดไว้ว่าเมื่อใดก็ตามที่คนเราปีนขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดเมื่อไหร่แล้วเกิดพลัดตกลงมาแน่นอนครับ<br />
ความเจ็บปวดย่อมมากกว่าพวกที่เริ่มต้นปีนไปได้แค่ 2-3 เมตรแน่นอน</p>
<p>ในฐานะเดอะค็อปพอได้เห็นอารมณ์เซ็ง+อึ้งของทีมอื่นในรอบชิงชนะเลิศไม่ว่ารายการไหนก็ตาม<br />
จะเกิดความรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกที่ความรู้สึกนั้นๆไม่ได้เกิดกับทีมของเรา</p>
<p>อย่างไรก็ตามนี่คือธรรมชาติของมนุษย์ครับรู้ว่าสูงมากเจ็บมากแต่ถ้าไม่ยอมปีนก็จะไม่มีวันรู้ว่าความรู้สึกยาม<br />
อยู่บนจุดสูงสุดเป็นเช่นไรดังนั้นถ้าเลือกได้ใครๆก็ไม่อยากเป็นผู้แพ้ในรอบชิงชนะเลิศ</p>
<p>ยิ่งมาชวดแชมป์ในแบบเชลซีเป็นใครก็หัวใจสลายครับ&#8230;&#8230;.</p>
<p><img class="alignleft" style="float: left;" src="http://newsimg.bbc.co.uk/media/images/44678000/jpg/_44678573_4de95741-6cea-4810-9aeb-2d16280d3450.jpg" border="0" alt="" hspace="10" vspace="5" align="right" /></p>
<p>เรื่องนี้พูดยากจริงๆครับเพราะผมเชื่อว่าจากรูปเกมเมื่อคืนวันพุธใครเป็นแชมป์ก็คู่ควรทั้งนั้นไม่ว่าจะยูไนเต็ดหรือเชลซี</p>
<p>แต่อย่างที่บอกเชลซีปวดช้ำเป็นสองเท่าเพราะนอกจากจะเป็นทริปเปิ้ลรองแชมป์แล้ว<br />
พวกเค้าเฉียดใกล้โทรฟีย์&#8221;บิ๊กเอียร์ส&#8221;ชนิดที่ว่าอยู่ในมือของลูกทีมอาฟรัม แกรนต์ตั้งแต่จอห์น<br />
เทอร์รี่เดินมาวางลูกบอลยิงเป็นคนสุดท้าย<br />
ผมวาดฝันเอาไว้ในใจทันทีว่านี่คือการปิดฉากอันสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะเกิดขึ้นได้</p>
<p>ร้อยทั้งร้อยเหมือนถูกวางพล็อตเรื่องให้เจทีซึ่งข้อศอกเคลื่อนและไม่น่าจะลงสนามทันนัดนี้<br />
เี้ป็นคนช่วยชีวิตเคลียร์ช็อตสุดเหลือเชื่อด้วยหัวจากหน้าปากประตูโล่งๆเป็นผู้ขโมยซีนพาเชลซี<br />
เป็นแชมป์ยุโรปครั้งแรกในประวัติศาตร์</p>
<p>นี่คือการพลาดแชมป์(slip)ที่มาจากการลื่น(slip)ของกัปตันทีมกระดูกเหล็กผู้นี้อย่างแท้จริง</p>
<p>จริงๆแล้วยูไนเต็ดน่าจะทำให้เกมนี้จบลงอย่างรวดเร็วหากสามารถปิดสกอร์ได้ตั้งแต่ครึ่งแรก<br />
ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น 45 นาทีที่แย่ที่สุดของเชลซีในคืนวันพุธ</p>
<p>เกมที่กินกันไม่จนแล้วจนรอดโอกาสแรกของลูกทีมเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันในนาที 26<br />
กลายเป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ทันทีโดยทุกๆจังหวะเหมาะเหม็งอย่างลงตัวไม่ว่าการใช้<br />
ไหวพริบของเวส บราว์นที่ตัดสินใจเล่นชิ่ง 1-2 กับสโคลส์ก่อนลงท้ายด้วยการครอสด้วยอีซ้าย<br />
ซึ่งไม่น่าเชื่อว่านักเตะซึ่งเซื่องๆที่เล่นแต่เท้าขวาจะทำได้ดีถึงขนาดนี้</p>
<p>ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากการที่มิกาเอล เอสเซียงซึ่งต้องทำหน้าที่ตามประกบโรนัลโด้หลงตำแหน่ง<br />
ปล่อยให้ลูกข้ามหัวจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นใดๆสำหรับนักเตะที่ตลอดทั้งฤดูกาลกดกระจายถึง 40 ลูก<br />
อย่าโรนัลโด้จะเผด็จศึกอย่างง่ายดาย</p>
<p>นับตั้งแต่นั้นเกมตกเป็นของยูไนเต็ดแทบจะทั้งหมดซึ่งส่วนนึงเราต้องชมแท็คติกส์เฟอร์กี้ด้วย<br />
ที่เอาโรนัลโด้ไปอยู่ฝั่งซ้ายเพื่อหนีแอชลีย์ โคลซึ่งมีความคล่องตัวในการประกบปีกมากกว่า<br />
แล้วหันไปเน้นแบ็คขวาแทน(เราจึงเห็นการขึ้นเกมทางขวาของฮาร์กรีฟส์นับครั้งได้)</p>
<p>และแน่นอนครับเอสเซียงซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องลูกล่อลูกชนแบบ direct มีปัญหา<br />
ในการจัดการกับความคล่อง+ทริคของ&#8221;โด้จิ๋ว&#8221;จนเชลซีต้องเสียตัวมาคอยช่วยดับเบิ้ล ทีมอยู่บ่อยครั้ง</p>
<p>ส่วนจังหวะที่สมควรเป็นประตูสุดๆ 2-0 ของยูไนเต็ดก็มาจากช็อตซูเปอร์เซฟของปีเตอร์ เช็ก<br />
สองครั้งติดจากลูกโขก 6 หลาของคาร์ลอส เตเบซก่อนลุกมาเซฟลูกตั้งยิงจากปลายตีนไมเคิ่ล คาร์ริค</p>
<p>รวมไปถึงลูกส้มหล่นที่โคล้ด มาเกเลเล่สไลด์วืดหน้ากรอบ 6 หลายังดีที่เตเบซทิ่มไม่ทัน<br />
แค่เหตุการณ์ที่ว่าเชลซีรอดตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนประตูตีเสมอที่ดวงผสมโชคก่อนหมดครึ่งแรก<br />
ในนาทีสุดท้ายครึ่งแรกทำให้เมนโทลาทัมเอ้ยโมเมนตั้มเปลี่ยนมือทันที</p>
<p>ครึ่งหลังจึงกลายเป็น&#8221;เชลซีโชว์&#8221;ที่ขึงเกมปล่อยให้ผู้เล่นยูไนเต็ดวิ่งตามบอล<br />
และรับหนักขึ้นจนโรนัลโด้,รูนีย์และเตเบซค่อยๆหายไปจากเกม</p>
<p>อาการเป๋ของยูไนเต็ดสวนทางกับฝั่งเชลซีที่เล่นได้น้ำได้เนื้อมากขึ้นเรื่อยๆและไม่รู้ไปทำบาป<br />
มาอีท่าไหนที่เด็กน้า&#8221;คางคก&#8221;ถึงถูกเสา(ลูกปั่นของดร็อกบานาที 78)และ<br />
คาน(ลูกซัดจ่อๆของแลมพาร์ดช่วงต่อเวลานาทีที่ 4)ปฏิเสธตำแหน่งผู้ชนะของพวกเค้าจะแจ้งหนักขนาดนี้</p>
<p>อย่างไรก็ตามเมื่อแฟน&#8221;สิงห์ไฮโซ&#8221;โทษดวงเสร็จแล้วก็อย่าลืมกลับมาโทษตัวเองด้วยนะครับ<br />
เพราะโอกาส&#8221;ปลดล็อก&#8221;ในเกมนี้มีเยอะมหาศาลถึง 25 ครั้ง<br />
และที่น่าตกใจคือบอลเข้าเป้าเพียงแค่ครั้งเดียว!!</p>
<p>อารมณ์รอบชิงแชมเปี้ยนส์ลีกของสองทีมดังจากอังกฤษซึ่งถ่อข้ามน้ำข้ามทะเลมาเตะถึงรัสเซีย<br />
ให้ความรู้สึกเหมือนเรานั่งดูพรีเมียร์ลีกนัดที่ 39 ซึ่งเคยเป็นโปรเจคใหญ่จนฮือฮาแต่สิ่งที่ผมไม่ชอบเลย<br />
และคิดว่าเป็นการพรีเซนท์รูปลักษณ์ของสินค้าที่แย่เอามากๆคือการขนเอานิสัยรุมกดดันผู้ตัดสิน<br />
ของทั้งสองทีมและความเถื่อนในจังหวะต่างๆที่มีเฉพาะในเวทีพรีเมียร์ลีกมาใช้จนเกินงามในเกมที่มีคนดูทั่วโลกแบบนี้</p>
<p>การยกพวกฮึดฮัดใส่กันหลายครั้งจนเกมหยุดเป็นนาทีโดยเฉพาะเหตุการณ์ในช่วงต่อเวลา<br />
ที่เป็นเหตุทำให้ดร็อกบาถูกไล่ออกซึ่งสิ่งพวกนี้หลายคนอาจมองว่าเป็นรสชาตของรอบชิงชนะเลิศ<br />
แต่ถ้าให้เลือกได้อนาคตข้างหน้าอย่าให้ตัวแทนจากเมืองผู้ดีมาชิงดำกันเลยดีที่สุดครับ</p>
<p>ภาพแย่ๆแบบนี้เราเห็นกันชินตาเพราะปกติเกมพรีเมียร์ลีกถ่ายทอดสดไปทั่วโลกอยู่แล้ว<br />
แต่ผัวเมียถึงแม้ทะเลาะกันในชายคาซึ่งอาจจะส่งเสียงดังจนเพื่อนบ้านได้ยินบ้าง<br />
แต่ก็ยังไม่น่าเกลียดเท่าออกมาตบตีหน้าตลาดประจานให้ชาวบ้านเค้าดู</p>
<p>อนาคตของเชลซีในซัมเมอร์ดูแล้วเดาไม่ยากครับเพราะก่อนหน้านี้คาดกันว่าแม้ได้แชมป์ยุโรป<br />
ก็ต้องมีการผ่าตัดทีมใหม่โดยเฉพาะตัวผู้จัดการทีมดังนั้นการจบซีซั่นโดยไร้โทรฟีย์ทำให้&#8221;อากู๋&#8221;โรมัน<br />
อับราโมวิชไม่อาจถึงกับล้างบางในหลายๆตำแหน่ง เอาไว้มีโอกาสเราค่อยมาคุยถึงเรื่องนี้กัน</p>
<p>ผมขออนุญาติปิดสรุปให้ทุกคนจงจำไว้อย่างนึงในโลกของฟุตบอล(และกีฬาทุกชนิด)<br />
จะไม่มีคำว่า The best team didn’t win หรือทีมที่ดีกว่าไม่ชนะเหมือนอย่างที่<br />
แลมพ์พูดด้วยอารมณ์ผิดหวังทันทีที่จบเกม</p>
<p>เล่นดีแต่ไม่ได้แชมป์ก็คือ&#8221;คุณไม่ดีพอ&#8221;(ไม่ว่าจะแพ้ด้วยโชคหรือดวงก็ตาม)<br />
มีใครสนใจหรือเปล่าครับว่าแชมป์เอฟเอ คัพปี 2001<br />
คือลิเวอร์พูลเล่นสู้อาร์เซนอลไม่ได้และน่าจะโดนแพ้ถึง 4-5 ลูก</p>
<p>มีใครแยแสแค่ไหนว่าปี 2005 อังเดร เชฟเชนโก้ยิงหลาเดียวไม่เข้าจนเอซี<br />
มิลานที่เล่นดีกว่าไม่ได้แชมป์ยุโรปหรือ&#8221;หงส์แดง&#8221;มากับดวง</p>
<p>รวมทั้งรายการเดียวกันในปี 1999 แมนฯยูไนเต็ดพลิกแซงบาเยิร์น<br />
มิวนิคในช่วงทดเจ็บทั้งสองลูกก็ไม่เห็นมีใครพูดถึงลูกยิงล่อเป้าของทีมจากเมืองเบียร์จนปีเตอร์<br />
ชไมเคิ่ลต้องเซฟช่วยชีวิตไปก่อนหน้านั้นนับไม่ถ้วน</p>
<p>โทรฟีย์แชมป์เป็นภาษาสากลโลกที่มีความหมายอย่างเดียวคือ&#8221;คุณคือผู้ชนะ&#8221;&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://judasblog.com/football/%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%9f%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทสรุป UCL Final</title>
		<link>http://judasblog.com/football/ucl-final/</link>
		<comments>http://judasblog.com/football/ucl-final/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 May 2008 23:26:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Judas</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ManU]]></category>
		<category><![CDATA[Ronaldo]]></category>
		<category><![CDATA[UCL]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://judasblog.com/?p=3</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากนั่งลุ้นกันอยู่ตั้งนาน ก็ได้แชมป์ซักที มาดูภาพฉลองแชมป์กันครับผม









มาดูภาพของผู้แพ้กันบ้างนะครับ น่าสงสาร John Terry จริงๆ แต่ช่วยไม่ได้อ่ะ ยังไงก็ต้องมีคนเสียใจอยู่แล้ว ไม่ Terry ก็ Ronaldo

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p>หลังจากนั่งลุ้นกันอยู่ตั้งนาน ก็ได้แชมป์ซักที มาดูภาพฉลองแชมป์กันครับผม</p>
<p><img src="http://judasblog.com/wp-content/gallery/manu/S6630202-0.jpg" alt="" width="499" height="325" /><br />
<img src="http://judasblog.com/wp-content/gallery/manu/S6630202-1.jpg" alt="" width="496" height="323" /><br />
<img src="http://judasblog.com/wp-content/gallery/manu/S6630202-2.jpg" alt="" width="491" height="429" /><br />
<img src="http://judasblog.com/wp-content/gallery/manu/S6630202-3.jpg" alt="" width="491" height="313" /><br />
<img src="http://judasblog.com/wp-content/gallery/manu/S6630202-4.jpg" alt="" /><br />
<img src="http://judasblog.com/wp-content/gallery/manu/S6630202-5.jpg" alt="" /><br />
<img src="http://judasblog.com/wp-content/gallery/manu/S6630202-6.jpg" alt="" /><br />
<img src="http://judasblog.com/wp-content/gallery/manu/S6630202-7.jpg" alt="" /><br />
<img src="http://judasblog.com/wp-content/gallery/manu/S6630202-8.jpg" alt="" /></p>
<p>มาดูภาพของผู้แพ้กันบ้างนะครับ น่าสงสาร John Terry จริงๆ แต่ช่วยไม่ได้อ่ะ ยังไงก็ต้องมีคนเสียใจอยู่แล้ว ไม่ Terry ก็ Ronaldo<br />
<img src="http://judasblog.com/wp-content/gallery/manu/S6630187-11.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://judasblog.com/football/ucl-final/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
